โทรศัพท์ 1358

แถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมือโครงการ “ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ระยะที่ 4"
แถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมือโครงการ “ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ระยะที่ 4"
ดาว ผนึกกำลังภาครัฐ เปิดตัวโครงการ ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ระยะที่ 4 ส่งเสริมนวัตกรรม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนในยุคอุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนาผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ จำเป็นต้องอาศัยพลังการขับเคลื่อนทั้งจากภาครัฐและภาคธุรกิจ กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย จึงได้ร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ภายใต้การนำของกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย แถลงข่าวเปิดตัวความร่วมมือโครงการ “ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ระยะที่ 4” พร้อมจัดเสวนาภายใต้หัวข้อ “Circular Economy Through Disruptive Innovation - นวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน” เพื่อผลักดันให้ทุกภาคส่วนนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงและยั่งยืน สนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ภายใต้โครงการ ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ระยะที่ 4 กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย ได้ผสานความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรอิสระ เชื่อมโยงกับโครงการ “Big Brothers พี่ช่วยน้อง” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อร่วมส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในการพัฒนาศักยภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรม โดย ดาว ในฐานะบริษัทชั้นนำด้านวัสดุศาสตร์ที่ดำเนินธุรกิจด้วยหลักการความยั่งยืนได้พัฒนาเครื่องมือลีนเพื่อสิ่งแวดล้อม (Lean Management for Environment) มาช่วยยกระดับมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัย และความปลอดภัยในโรงงาน ซึ่งสอดคลองกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เกี่ยวกับการจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดมลพิษ และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ ดร.สมชาย หาญหิรัญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า “ประเทศไทยกำลังเตรียมพร้อมเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมถือเป็นกลุ่มสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ การยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการสู่โรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory จะทำให้เกิดระบบการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุด ที่สำคัญผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนจะเป็นกรอบกำหนดให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน” ตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ของการดำเนินงาน โครงการ “ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน” ได้สร้างบุคลากรอุตสาหกรรมที่เข้าใจและตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมถึง 5,844 ราย ผลิตที่ปรึกษาด้านลีนเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งช่วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเพิ่มศักยภาพการผลิตและพัฒนามาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยจนเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้แล้วรวม 40 องค์กร ส่งผลเชิงบวกให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม อาทิ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ปริมาณ 1.5 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 150,000 ต้น ช่วยลดต้นทุนการผลิตและต้นทุนด้านพลังงานได้ถึง 144 ล้านบาทต่อปี และช่วยให้ชุมชนโดยรอบมีความเป็นอยู่ที่ดีจากการมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นอีกกว่า 922,000 คน นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า “โครงการ ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน เป็นตัวอย่างของความร่วมมืออย่างต่อเนื่องระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรอิสระ ที่ช่วยขับเคลื่อนและพัฒนาขีดความสามารถของเอสเอ็มอีและอุตสาหกรรมไทยได้อย่างรอบด้าน ซึ่งสอดคล้องกับโครงการ “Big Brothers พี่ช่วยน้อง” ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ที่ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่มีความพร้อมมาร่วมช่วยเหลือผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยในด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพและยกระดับมาตรฐานของเอสเอ็มอีไทยให้สามารถแข่งขันในระดับภูมิภาคและระดับโลก อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไกลอย่างยั่งยืนต่อไป” โครงการฯ ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและสากล โดยใน พ.ศ. 2557 ได้รับรางวัลชนะเลิศด้านความรับผิดชอบต่อสังคมแห่งภูมิภาคเอเชีย สาขาสิ่งแวดล้อม ( Asian CSR Awards) จาก The Asian Institute of Management - Ramon V. del Rosario, Sr. Center for Corporate Social Responsibility ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเกี่ยวกับกิจกรรมเพื่อสังคมที่ดำเนินการโดยสถาบันการบริหารแห่งเอเชีย และใน พ.ศ. 2560 ได้รับรางวัลชนะเลิศองค์กรที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมดีเด่น สาขาการส่งเสริมไทยแลนด์ 4.0 จากหอการค้าอเมริกันในประเทศไทย อันแสดงให้เห็นว่าโครงการนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างมีนัยสำคัญ นายฉัตรชัย เลื่อนผลเจริญชัย ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า “ดาว ยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับแรกในการปฏิบัติงานของ ดาว ทั่วโลก เรามีผู้เชี่ยวชาญ องค์ความรู้ และยินดีที่จะแบ่งปันช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง SMEs ไทย ยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย เพื่อก้าวสู่อุตสาหกรรม 4.0 ไปด้วยกัน” นอกจากนี้ ในวันเปิดตัวโครงการยังได้มีการจัดงานเสวนา หัวข้อ “Circular Economy Through Disruptive Innovation - นวัตกรรมสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน” โดยมีวิทยากรร่วมให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นวัตกรรม และแหล่งทรัพยากร เพื่อช่วยส่งเสริม SMEs และภาคอุตสาหกรรมไทย ได้แก่ ศูนย์วิจัยยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อม สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กองส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิตและพื้นที่อุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น เกี่ยวกับ โครงการ “ดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน” เกิดขึ้นจากความร่วมมืออย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2554 โดยมูลนิธิสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มีแนวคิดและความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนาผู้ประกอบการอุตสาหกรรมให้สามารถบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิตและส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจและอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน โดยอาศัยหลักการลีนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมในประเทศไทยทั้งในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและยกระดับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม โดยเริ่มตั้งแต่จัดทำหลักสูตร คู่มือ ให้การฝึกอบรมหลักการลีนเพื่อสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการเป็นพี่เลี้ยงโดยมีทีมที่ปรึกษาเข้าไปร่วมวางแผนและให้คำปรึกษากับหน่วยงานหรือองค์กรที่เข้าร่วมโครงการในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของตนเองด้วยการบริหารสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการของเสียด้วยการทบทวนการผลิตทั้งระบบตั้งแต่ต้นทางวัตถุดิบถึงการส่งสินค้าถึงลูกค้า การลดการใช้พลังงาน รวมไปถึงการเพิ่มความปลอดภัยพนักงานและกระบวนการทำงานต่าง ๆ หากองค์กรสามารถบริหารจัดการได้อย่างครบวงจร ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว นอกจากจะช่วยลดความสูญเสียจากกระบวนการผลิต และลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังสามารถสร้างความเชื่อมั่นต่อชุมชน ลูกค้า นักลงทุน และผู้เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจได้อีกด้วย ซึ่งท้ายสุดจะช่วยสนับสนุนให้องค์กรเหล่านั้นสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นและบรรลุเป้าหมายด้านผลกำไรขององค์กรได้อย่างยั่งยืน เกี่ยวกับกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทยเป็นบริษัทชั้นนำด้านวิทยาศาสตร์ในประเทศไทย ประกอบไปด้วย กลุ่มบริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย รวมถึงกลุ่มบริษัทร่วมทุน เอสซีจี-ดาว ทั้งนี้ ดาว ประเทศไทย นับเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดของดาวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเป็นผู้นำในด้านการนำเข้าเคมีภัณฑ์สำหรับภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยที่หลากหลาย รวมถึงผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงที่ใช้สำหรับภาคการเกษตรและครัวเรือน ซึ่งกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์และมุ่งมั่นในการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายเพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งต่อธุรกิจและสังคม
09 ส.ค 2561
ประชุมเตรียมความพร้อมโครงการดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย
ประชุมเตรียมความพร้อมโครงการดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย
วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2561 เวลา 11.00-13.00น. รสอ.(นายเดชา จาตุธนานันท์) ผอ.กข.กสอ. และกบ.กข.กสอ. เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมโครงการดาว เคมิคอล เพื่ออุตสาหกรรมยั่งยืน ร่วมกับสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย เป็นการประชุมเตรียมความพร้อมพิธีปิดโครงการในระยะที่ 3 และเปิดตัวโครงการในระยะที่ 4 ในงาน Thailand Industry Expo 2018 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3 สิงหาคม 2561 เวลา 9.00-12.00น. ณ อิมแพค เมืองทองธานี
22 มิ.ย. 2561
สัมมนาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ผ่านระบบเว็บไซต์ www.ช่วยเอสเอ็มอี.com
สัมมนาชี้แจงแนวทางการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ผ่านระบบเว็บไซต์ www.ช่วยเอสเอ็มอี.com
วัตถุประสงค์ เพื่อสร้างความเข้าใจในขั้นตอนการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ผลผลิต ผลลัพธ์ของโครงการฯ ในภาพรวม ให้แก่เจ้าหน้าที่ ศภ. หน่วยร่วมดำเนินการ และที่ปรึกษา เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการบริหารธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ในขั้นตอนการมอบหมายงานให้แก่ที่ปรึกษา และการกำกับติดตามการดำเนินงานของที่ปรึกษา ผ่านระบบ Website www.ช่วยเอสเอ็มอี.com สำหรับหน่วยร่วมดำเนินการ เพื่อนำเสนอแนวทางการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ในขั้นตอนการลงทะเบียนที่ปรึกษา รับงาน นัดหมายวิสาหกิจ ส่งมอบงานให้หน่วยร่วม ผ่านระบบเว็บไซต์ www.ช่วยเอสเอ็มอี.com สำหรับที่ปรึกษา
20 มิ.ย. 2561
รับสมัครผู้ประกอบการที่มีความต้องการจำหน่ายสินค้าและขยายช่องทางการตลาดสู่ต่างประเทศ
รับสมัครผู้ประกอบการที่มีความต้องการจำหน่ายสินค้าและขยายช่องทางการตลาดสู่ต่างประเทศ
กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ จัดพาผู้ประกอบการไปร่วมงาน "The 29th HARBIN International Economic and Trade Fair & The 5th CHINA-RUSSIA Expo" ณ กรุงฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 12-20 มิถุนายน 2561 สนใจ ∗ ∗ ∗ สมัครด่วน ∗ ∗ ∗ (9 วัน 7 คืน FREE บูธ ตลอดทั้งงาน) ∗ เวทีการค้าที่ยิ่งใหญ่ระดับนานาชาติ ∗ เชื่อมโยงและขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดต่างประเทศ ∗ บุกเจาะตลาดไทย-จีน-รัสเชีย และนานาประเทศในภูมิภาค ∗ สถิติผู้เข้างานมากกว่า 200,000 ราย ต่อปี สนใจติดต่อ > คุณเอ็ม ชัยพิพัฒน์ Mobile No > 062-745-2497 E-mail > mns.nattawat@hotmail.com ใบสมัคร
23 พ.ค. 2561
กิจกรรมสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายและสร้างโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจ (เกษตรแปรรูป) ออกงาน“The China International Organic and Green Food Industry Expo 2018” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. 2561 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
กิจกรรมสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายและสร้างโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจ (เกษตรแปรรูป) ออกงาน“The China International Organic and Green Food Industry Expo 2018” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. 2561 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
กอ.กข.กสอ. ดำเนินกิจกรรมสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายและสร้างโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจ (เกษตรแปรรูป) ปีงบประมาณ 2561 สำหรับสินค้าประเภทอินทรีย์ (Organic Product) และเครื่องสำอาง (Cosmetics) เพื่อเข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน “The China International Organic and Green Food Industry Expo 2018” ระหว่างวันที่ 8-10 เม.ย. 2561 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยได้รับเกียรติจาก อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ผู้นำผู้ประกอบการกลุ่ม BOIN (Bangkok Organic Industrial Network) หรือเครือข่ายธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรอินทรีย์แปรรูป กรุงเทพมหานคร จำนวน 10 ราย และมีผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ทั้งนี้จากการทดสอบตลาดทั้ง 3 วัน ผู้ประกอบการไทยได้รับความสนใจและการตอบรับจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นทั้งตัวแทนค้าปลีก และค้าส่ง รวมถึงตัวแทนจำหน่ายที่ทำธุรกิจออนไลน์ ทั้งในประเทศจีน และต่างประเทศ (เช่น ไต้หวัน ยุโรป และอเมริกาใต้) โดยมีลูกค้าที่เข้ามาเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทยภายในงาน จำนวนกว่า 152 ราย
24 เม.ย. 2561
กิจกรรมสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายและสร้างโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจ (เกษตรแปรรูป) ออกงาน Cosmobeaute Vietnam 2018 วันที่ 19 – 21 เมษายน 2561 ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
กิจกรรมสร้างเครือข่ายอุตสาหกรรมเป้าหมายและสร้างโอกาสขยายช่องทางตลาดธุรกิจ (เกษตรแปรรูป) ออกงาน Cosmobeaute Vietnam 2018 วันที่ 19 – 21 เมษายน 2561 ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
กข.กสอ. นำทัพผู้ประกอบการกลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอางค์ บุกตลาดเวียดนาม !!!กข.กสอ. นำผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์เวชสำอางค์ เข้าร่วมแสดงสินค้าในงาน Cosmobeaute Vietnam 2018 วันที่ 19 – 21 เมษายน 2561 ณ เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เพื่อทดสอบตลาดต่างประเทศและนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้แก่กลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้พบกับตัวแทนจำหน่ายจากประเทศเวียดนามและผู้ประกอบการจากประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นการขยายช่องทางการตลาด และยังเป็นการสร้างประสบการณ์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยได้เข้าใจถึงสภาวะการแข่งขันทางธุรกิจในกลุ่มประเทศ CLMV เพื่อการเตรียมความพร้อมและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการต่อการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจเวชสำอางค์
24 เม.ย. 2561
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ "เทคนิคการนำองค์กรสู่รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นและการเขียนเอกสารรายงานสำหรับ SMEs"
สัมมนาเชิงปฏิบัติการ "เทคนิคการนำองค์กรสู่รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นและการเขียนเอกสารรายงานสำหรับ SMEs"
กอ.กข.กสอ. กำหนดจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เรื่อง "เทคนิคการนำองค์กรสู่รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นและการเขียนเอกสารรายงาน สำหรับ SMEs" วันพฤสบดีที่ 29 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมแบงค็อกมิดทาวน์ ราชเทวี กรุงเทพฯ ชี้แจงรายละเอียดรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการบริหารอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมประจำปี 2561 โดยบรรยาย เกี่ยวกับประสบการณ์ แนวความคิดในการวางแผน การเขียนเอกสารเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับขอรับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น อีกทั้งยังประชุมกลุ่ม Work shop เทคนิคการนำองค์กรสู่รางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นในแต่ละด้านของวิทยากร
02 เม.ย. 2561
งานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมผลิตภาพและสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SHAP) ประจำปี 2560
งานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมผลิตภาพและสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SHAP) ประจำปี 2560
วันที่ 27 มีนาคม 2561 กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จัดงานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมผลิตภาพและสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SHAP) ประจำปี 2560 พิธีมอบเกียรติบัตรแก่เจ้าหน้าที่ตัวแทน SHAP Agents และเวทีเสวนา "การสร้างองค์กรแห่งความสุข ช่วยเพิ่มผลิตภาพของ SMEs" โดยได้รับเกียรติจาก นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เป็นประธาน โดยมีนางยุพรัตน์ ศตวิริยะ ผู้อำนวยการกองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นผู้กล่าวรายงานการจัดงาน และ นายแพทย์ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้กล่าวถึงบทบาทการส่งเสริมการสร้างสุขภาวะองค์กรของ สสส. และทั้ง 3 ท่านได้ร่วมกันแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานโครงการส่งเสริมผลิตภาพและสุขภาวะองค์กรในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SHAP) ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมีรายละเอียดดังนี้ เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2559 ถึง มกราคม 2561 มีเจ้าหน้าที่ SHAP Agents จำนวน 196 คน จัดกิจกรรมอบรมด้วยหลักการ Happy Workplace สร้างสุขภาวะองค์กรแก่ผู้ประกอบการ SMEs เช่น กิจกรรมงดเหล้าเข้าพรรษา การออกกำลังกาย การปลูกผักจำหน่าย กิจกรรมขยะแลกยิ้ม สร้างบ้านพักให้แก่พนักงานใน SMEs จำนวน 159 แห่ง มีพนักงานเข้าร่วม 8,739 คน ส่งผลให้พนักงานมีความสามัคคีและมีส่วนร่วมในการพัฒนาองค์กร ร้อยละ 100 ทุ่มแทในการทำงานเพิ่มขึ้น ร้ยอละ 95.9 พนักงานลาออกลดลง ร้อยละ 91.9 ค่าเฉลี่ยความสุขเพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 59.84 เป็น 62% ในทุกมิติ วัดโดยเครื่องมือวัดความสุข Happinometer คิดเป็นมูลค่าผลลัพธ์และผลตอบแทนเท่ากับ 240,566,681.93 บาท การจัดงานในครั้งนี้ได้เชิญสถานประกอบการต้นแบบที่เข้าร่วมโครงการ SHAP ร่วมเสวนาในหัวข้อ "การสร้างองค์กรแห่งความสุข ช่วยเพิ่มผลิตภาพของ SMEsไ และจัดนิทรรศการแสดงผลงาน มีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 185 คน
27 มี.ค. 2561